รายชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์

1.พิมพ์อัปสร เชาวมนตรี (พิมพ์)

2.สิงหา ก้องเกียรติภูมิ (ออกัส)

3.ครูอาเนช ศรีสุวรรณ (ครูโอ)

4.บุญมี ไผ่นวล (ลุงบุญ)

  

แก้บทสัมภาษณ์ ครั้งที่ 1 2/05/53 เป็นสีนี้ค่ะ

แก้บทสัมภาษณ์ ครั้งที่ 2 15/05/53 เป็นสีนี้ค่ะ 

แก้บทสัมภาษณ์ ครั้งที่ 3 15/05/53 เป็นสีนี้ค่ะ 

*********************************

 

เรียน คุณยายที่เคารพรัก

 

หากจะให้หลานนิยามการสอบสัมภาษณ์ในครั้งนี้แล้วนั้น คงจะต้องใช้คำว่า"พิกล"เป็นการบรรยายให้เห็นภาพชัดที่สุดกระมัง

 

 

เริ่มตั้งแต่การที่หลานไม่ใช่"ผู้ถูกสัมภาษณ์"แต่เป็น"ผู้สัมภาษณ์"เสียเอง แล้วไม่ใช่แค่หนึ่งคนเสียด้วย แต่ต้องสัมภาษณ์ถึงสี่คนด้วยกัน

 

 

หลานก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี แต่อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด จริงไหมครับ?

 

วันที่ 15 มีนาคม 2556

 

9.10 น.

 

 

 

 

เด็กหนุ่มหยุดยืนมองไปรอบๆบริเวณลานกว้างอันไม่คุ้นตาอย่างคนแปลกถิ่น 

 

 

 

เอาล่ะ เริ่มจากตรงไหนก่อนดี?

 


 

สองเท้าเริ่มออกเดินอย่างไร้จุดหมาย 

 

ตูจากตามแผนที่เหมือนจะมีศาลาไทยอยู่ริมน้ำ แวะไปดูสักหน่อยคงไม่เสียหาย

 

******************************


 

 

 

ที่ศาลาริมน้ำถูกใครบางคนจับจองอยู่ก่อนแล้ว

 

ดูจากลักษณะเครื่องแต่งกายและสีกระโปรงแล้ว....คนตรงหน้าคงจะเป็น.......

 

 

 

 

 

"สวัสดีครับ?"

 

หญิงสาวผมสั้นตรงหน้าตวัดสายตาหันกลับมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น

 

"คุณเป็นนักเรียนโรงเรียนนี้สินะครับ?"

 

หญิงสาวปรายสายตาแข็งกระด้างมาทางเขา แล้วเอ่ยเสียงห้วน อย่างคนไม่สบอารมณ์มากนัก

"ใช่"

 

"ถ้างั้นผมขออนุญาตสัมภาษณ์สักนิด จะเป็นการรบกวนหรือไม่ครับ"

 

 ใบหน้าคมของหญิงสาวยิ่งแสดงออกถึงความไม่พอใจมากขึ้นกว่าเก่า แล้วเอ่ยตอบอย่างเสียไม่ได้

"ไม่"

 

 

 

คำตอบห้วนๆและแสดงออกชัดเจนของคนตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกได้ถึงเส้นอารมณ์ของตัวเองเริ่มโดนขึงตึงแน่น

และถ้าโดนดึงแรงกว่านี้อาจจะขาดสะบั้นลงได้ง่าย ๆ

 

ส่วนคำว่า "ไม่" ที่หล่อนเอ่ยออกมานั้น เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึง "ไม่รบกวน" หรือ "ไม่อยากให้สัมภาษณ์" กันแน่

ดูจากใบหน้าบูดเบี้ยวแล้วเสมือนว่าจะเป็นข้อหลัง แต่พลก็ถือวิสาสะสรุปในใจเอาว่าเป็นข้อแรก

 

 

"ถ้างั้นก็ขอรบกวนด้วยครับ"

 

 

เอาน่ะ ถึงคนๆนี้จะดูท่าทางไม่รับแขก แต่คุยจริงๆอาจจะโอเคก็ได้

 

ศาลาริมน้ำ 9.30 น.


 

 

 

 

 

"ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ?"

 

"พิมพ์อัปสร เชาวมนตรี"

 

เสียงตอบห้วนสั้นยิ่งพาให้ความรู้สึกด้านลบของเขากระตุกสูงขึ้น รอยยิ้มเหยียดออกกว้าง แต่คิ้วหนาขมวดปมแน่น

 

 

"เรียนชั้นอะไรครับ?"

 

แววตาคมเริ่มฉายแววไม่พอใจนักที่ถูกถามต่อ หญิงสาวตอบตอบ สั้นๆเรียบๆด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ร่วมอย่างสิ้นเชิง

 "ขึ้นม.5"

  

มะนาวไม่มีน้ำ

 

พชรพลหมายเหตุไว้ในใจ

มือจดข้อมูลยุกยิกเงียบๆพร้อมย่อคำถามให้สั้นลงอย่างเหนื่อยหน่าย 

 

"สายอะไรครับ?"

 

พิมพ์อัปสรเอ่ยตอบเสียงเหวี่ยงเล็กๆเจือความรำคาญพร้อมๆกับตวัดตามองเด็กหนุ่มตรงหน้า ตีความได้ว่า'รีบๆพล่ามให้จบได้แล้ว'

"ศิลป์-คำนวณ"

 

 

 

เงียบ……

แต่เหมือนเขาได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขา.....

 

เสียงเหมือนเส้นความอดทนของตัวเองขาดผึง

 

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่มีใจจะเสวนากับเขา เขาก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเสวนาต่อ

 

เขาปิดสมุดอย่างแรงจนได้ยินเสียงดังฉับอย่างจงใจ ใบหน้าและแววตาไร้ซึ่งรอยยิ้ม และจงใจขมวดสองคิ้วเป็นปมแน่น

อีกฝ่ายตวัดสายตาเอาเรื่องใส่พชรพลอย่างรู้ทัน

ว่าเขากำลังท้าทายหล่อนอยู่ 

ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องการพอดีเสียด้วย

 

"ถ้างั้นก็ ขอขอบคุณในความร่วมมือ"

 

 

ตัดบทห้วน สั้น แล้วปรายตามองเครื่องแบบของอีกฝ่าย ที่ในสายตาเขานั้น....

 

มันรัดแน่นเกินกว่ามาตรฐานชุดนักเรียนปกติ แล้วยังกระโปรงสั้นเต่อนั่นอีก

 

 

"มองอะไร"

 

อีกฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อนเป็นครั้งแรก สายตาคมมองตอบสายตาเชิงตำหนิของเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน

 

 

"เปล่าครับ แค่คิดว่าเป็นนักเรียน เคารพชุดนักเรียนสักหน่อย คงไม่ถึงกับตาย น่ะครับ"

 

 

"ฉันจะใส่อะไรมันเรื่องของฉัน"

ไม่พูดเปล่า พิมพ์อัปสรเหลือบตามองชุดนักเรียนเต็มยศของเขาไปด้วย แววตาดูเอือมระอาชัดเจน

 

 

" อ๋อ อันนั้นผมทราบครับ ผมแค่พูดลอย ๆ "

 

เว้นช่วงอย่างจงใจ แล้วเน้นเสียงประโยคถัดมาหวังให้คำพูดของเขาสลักลงไปในความทรงจำของหล่อน

 

" ว่าบางครั้งการแต่งกายก็ยกระดับ"เกียรติ"ที่คนๆนึงพึงมีได้ "

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็กระตุกรอยยิ้มท้าทายอีกฝ่าย เดินออกมาโดยไม่รอให้พิมพ์อัปสรได้โอกาสปริปากโต้คารมกลับ

 

ไม่แม้แต่หันกลับไปมองสายตาแข็งกร้าวของหล่อนที่อาจรุนแรงพอจะฆ่าคนที่เผลอมองได้ 

ไม่อยากเสียเวลาทำให้อารมณ์ขุ่นข้องใจไปมากกว่านี้


สรุปการสัมภาษณ์ คนที่1 : นักเรียนหญิง พิมพ์อัปสร เชาวมนตรี 

เริ่มสัมภาษณ์เวลา : 9.30 น. 

สถานที่ที่สัมภาษณ์ : ศาลาริมน้ำ

หมายเหตุ : ไม่ประทับใจ / ผู้หญิงคนนี้นิสัยแย่ / ไม่ชอบเลย / เคยมีอาจารย์ทักเขาเรื่องเครื่องแบบไหมนะ

 

 

******************************** 

 

 

 

สองมือวักน้ำจากก๊อกน้ำประปาแล้วซัดเข้าหน้าเต็มแรงหวังจะช่วยให้คลายร้อนขึ้นมาได้บ้าง ทั้งความร้อนจากสภาพอากาศอบอ้าว แล้วความร้อนจากอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ในหัว

 

 

จริงๆตัวเขารู้ดีว่าร้อนขนาดนี้ ปลดกระดุมคอและพับแขนเสื้อขึ้นน่าจะเห็นผลมากกว่า แต่จะเป็นการไม่ให้เกียรติเครื่องแบบเอาได้ ยิ่งอยู่ในสถาบันอื่นด้วยก็ยิ่งไม่ควร

 

 

คิดสรุปในใจเสร็จสรรพก็คว้าแว่นกลับขึ้นมาสวมให้เข้าที่ ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็น...

 

 

ชายหนุ่มหน้าตาค่อนไปทางดี...ออกจะดีมากด้วยซ้ำ พชรพลหมายเหตุในใจหลังจากที่เห็นหน้าคนที่ยืนข้างๆได้ถนัด 

 

แววตาคมแบบคนจีนแท้ๆนั้นแฝงความขี้เล่นนั้นส่งประกายตื่นเต้นจนเขาสังเกตได้ รอยยิ้มกว้างแสนเป็นมิตรนั่น..เหมือนจะแฝงความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจอยู่

 

แต่อย่างน้อย...คนๆนี้ก็ยังดูเป็นมิตรและเปิดกว้างกว่าผู้หญิงที่เขาเพิ่งเจอคนนั้น......

 

 

"สวัสดีครับ?

  

เอ่อ….คุณเป็น...นักเรียนโรงเรียนนี้ใช่ไหมครับ?"

 

 

 

"ครับผม"

 อีกฝ่ายรับคำที่เหมือนจะนิ่งๆ เป็นปกติ 

 

 

ถ้าไม่มีแววตาระริกระรี้อย่างคนระงับความตื่นเต้นไม่อยู่ประกอบคำพูดไปด้วยแล้วล่ะก็.....

 

"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้คุณพอจะสะดวกใจ ให้ผมสัมภาษณ์ได้ไหมครับ?"

 

 

"โถ น้องไม่ต้องซีเรียสขนาดน้านนน สำหรับน้องๆแล้ว พี่สิงหาว่างเสมอครับ~ ว่าแต่จะคุยกันในนี้เลยเหรอ...เดี๋ยวก็คุยกันไม่รู้เรื่องพอดีน้า~"

 

พูดจบเจ้าตัวก็คลี่ยิ้มกรุ้มกริ่มแบบแฝงความนัยบางอย่างที่พลได้แต่นึกสงสัยว่ามันหมายความว่าอะไร

 

 

"อ่า…เพราะกลิ่นห้องน้ำสินะครับ ถ้างั้นเดี๋ยวเราออกไปนั่งคุยตรงโรงอาหารด้านนอกก็ได้ครับ"

 

 

"ก็ดีนะน้อง อยู่ในนี้นานๆเดี๋ยวโดน"ยาราไนก้า"ไม่รู้ด้วย"

  

พูดจบ เด็กหนุ่มก็ยักคิ้วพร้อมกับรอยยิ้มที่เหยียดออกกว้างเป็นนัยยะอะไรสักอย่าง

 

ที่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคืออะไร

 

.

.

.

"ยาลาไมก้า?"

 

ชายหน้าคมทำหน้ายู่อย่างเสียดายพลางบ่นงึมงำกลับมา 

"ว้า แป้กเหรอเนี่ย เซโรงังกันตั้งแต่เริ่มเลย สิงหาเฟล"

.

.

.

.

?

 

"เซ…โง…รัง?"

***************************

โรงอาหาร 10.20 น.

 

 

"ก่อนอื่นก็..ผมชื่อพชรพล วิชัยชาญครับ ไม่ทราบว่าพี่ชื่ออะไรหรือครับ?"

 

"สิงหา ก้องเกียรติภูมิ ชื่อเล่นชื่อออกัส เป็นคนดีและหล่อล่ำมาก ครับผม!!!"

ไม่ว่าเปล่า เจ้าตัวยังเต๊ะท่าหล่อประกอบคำพูดของตัวเอง ตามประสาคนขี้เล่นเสียอีก

"อ้อ…เอ่อ….โอเคครับพี่สิงหา"

 แล้วเขียนหมายเหตุใส่สมุดเล่มเล็กว่า "เป็นคนขี้เล่น"

 

จริงๆถ้านับว่าพี่เขาสะบัดสำนวนเก่งก็น่าจะเข้าข่ายอยู่ แต่มันก็ให้ความรู้สึกแปลกๆกับคนๆนี้อย่างบอกไม่ถูก

 

เงยหน้าขึ้นมา ก็พบใบหน้าฉายแววฉงนระคนอยากรู้ จ้องมาทางเขาอย่างสนอกสนใจ

"เอ่อ มีอะไรหรือครับพี่สิงหา?"

 

"อ๋อ เปล่า พี่แค่สงสัยน่ะ...."

แววตาของคนพูดยิ่งฉายแววสนอกสนใจมากขึ้น

"ว่าแต่งชุดแบบนั้นไม่ร้อนรึ?"


 

"อ๋อ...ก็ร้อนอยู่นะครับ...แต่...."

"แหม ถ้าเหงื่ออกเยอะๆ เสื้อเปียกเป็นชุดซีทรูสู้แดดเซ็กซี่แน่ๆเลยนะครับน้อง~"  

ว่าจบก็ยิ้มแผล่ใส่รุ่นน้องที่ทำหน้าเหวอเบาๆไปแล้ว


ถึงจะรู้อะไรไม่ค่อยมาก แต่ไอ้คำว่า"ซีทรู"นี่เขาเคยได้ยินผ่านหูอยู่ และรู้ว่ามันคงไม่ใช่ประเด็นที่เขาอยากจะพูดสักเท่าไหร่นัก

 

เปลี่ยนเรื่องดีกว่า......


คิดสรุปในใจเสร็จแล้วก็ยิ้มลำบากใจให้คนแก่ปีกว่าตรงหน้า รีบตัดฉับเข้าประเด็นที่ค้างไว้ทันที

 

 

 

"ไม่ทราบว่าตอนนี้พี่สิงหากำลังเรียนอยู่ชั้นใดครับ?"

 

สิงหาทอดถอนใจตีหน้าเศร้าในแบบที่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่แกล้งทำเล่นๆประกอบคำพูดให้มีสีสันเท่านั้น 

"ม.6น่ะน้อง ใกล้จะถึงเวลาลาจากซะแล้ว.....เฮ้อ....พูดแล้วเศร้า"

แล้วก็ส่ายหน้าเบาๆเสมือนคนปลงตก 

 

"อย่างนั้นเองหรือครับ? แสดงว่าพี่ก็ต้องกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยสินะครับ? ไม่ทราบว่าพี่สิงหาเรียนสายไหนหรือครับ?"

 

เด็กหนุ่มเปลี่ยนสีหน้ากลับมายิ้มร่าแบบปกติอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

"ศิลป์-คำนวณครับผม เอ้อ น้องอย่าทำหน้าเครียดมากสิ แหม่ เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ"

 

"อ้อ ขอโทษครับพี่สิงหา บังเอิญผมอารมณ์ไม่ค่อยดีนิดนึงก่อนหน้านี้น่ะครับ"

 

"ไม่เป็นไรครับน้อง!! พี่สิงหาแสนน่ารักหล่อล่ำคนนี้จะพาน้องไปพบกับความตื่นตาตื่นใจในโลกกว้าง!!"

 

 

 

 

 

 

"ครับ?"

โลกกว้าง?

 


 

"มาเข้าร่วมกับกลุ่มสิงหาพาเพลิน!!แล้วน้องจะพบกับความหฤหรรษ์แบบฟูลเฮชดี! รับรองน้องจะอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็นเมื่อมาอยู่กับป๋า!"

 ไม่ว่าเปล่า สิงหายังถือวิ